ReadyPlanet.com
dot
dot
ประมวลรูปภาพ
dot
bulletงานปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2558
bulletกิจกรรมว่ายน้ำ
bulletกิจกรรมวันแม่
bulletกิจกรรมกีฬาสี
bulletเที่ยวซาฟารี
bulletตะลุยโจทย์กับครูปัท
dot
แบบฝึกหัด เสริมทักษะ
dot
bulletนับเลข 1-20
bulletศัพท์ภาษาอังกฤษ ผักและผลไม้
bulletบวกเลข 1-9
bulletคำที่มักเขียนผิด
dot
นานาสาระ
dot
bulletคุณแม่ควรเตรียม....วันสอบสาธิตป.1
bulletเลี้ยงลูกไม่ให้เอาแต่ใจตนเอง”
bullet5 อาการป่วยที่ไม่ควรวางใจ
bulletห้องเรียนพ่อแม่ ตอน " การศึกษาของเด็กวัยอนุบาล"
bulletลูกไม่พูด ลูกพูดช้า ทำอย่างไรดี
bulletนิทานอาหารสมอง
bulletนิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง
bulletสร้างความรู้สึกภูมิใจให้เด็กได้อย่างไร
bulletถอดรหัสความเก่งในตัวลูก
bulletลูกเรียนไม่เก่ง กลัวว่าโตขึ้นเขาจะเอาตัวไม่รอด
bulletอย่านะลูก
bulletเตรียมพร้อมหนูๆ เข้าโรงเรียนสาธิตกันเถอะ
bulletFunctional Food ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ
bulletกิจกรรมไหว้ครู2556
bulletกิจกรรมไหว้ครู2556
dot
คุยเรื่อง สาธิตกันดีกว่า
dot
bullet เตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ลูกพิชิตการสอบสาธิต
bullet ประโยชน์ที่แท้จริงของการพาลูกสอบเข้าเครือสาธิต
bulletเตรียมพร้อมหนูๆ เข้าโรงเรียนสาธิตกันเถอะ




ประโยชน์ที่แท้จริงของการพาลูกสอบเข้าเครือสาธิต

                                                                                                                                                                                      

       

        ประโยชน์ที่แท้จริงของการพาลูกสอบเข้าเครือสาธิต

 

     จาก กระทู้ของ " Masarina " ที่เคยเขียนเมื่อปี 55 เลยขออนุญาติ copy และ paste มายังบ้านใหม่ เพื่อให้ความรู้และประสบการณ์เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองรุ่นหลัง ๆ นะคะ


       ต้องย้อนไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตอนที่ตัดสินใจพาลูกสาวเข้าร่วมการสอบเครือสาธิต ทั้งๆที่ไม่เคยมีความคิดนี้ในสมองเลย เนื่องจากตัวแม่เป็นเด็กคาทอลิกตั้งแต่ประถมถึงมหาวิทยาลัย 

        คุณแม่จึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าเครือคาทอลิก ลูกสาวเป็นเด็กที่เกิดปลายเดือนมีนาคม ปกติในเครือคาทอลิกจะตัดที่เดือนพฤษภาคม  ลูกสาวก็เลยเป็นเด็กที่อายุเกือบจะน้อยที่สุดในห้อง และด้วยเหตุผลเรื่องอายุของลูกสาว ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆตามมาคือ ลูกสาวกล้ามเนื้อมือไม่ดี สอบเกือบทุกครั้งก็ส่งกระดาษเปล่า เพราะว่าเค้าไม่ยอมเขียน และทำให้ผลสอบออกมา

        ลูกสาวจะได้ครองลำดับที่ประมาณ 1-5 จากข้างหลังสุดของห้องเสมอ ทำให้แม่คนนี้รู้สึกว่า ถ้าลูกต้องเรียนในเครือคาทอลิกต่อไป ในชั้นประถมลูกสาวอาจจะมีปัญหาในการเรียนรู้หรือเปล่า 

        ตอนนั้นบอกตรง ๆ ก็ยังไม่รู้จักสาธิตจุฬาเลยค่ะ รู้สึกว่าลูกสาวช้ามากๆ เลยพาลูกไปเรียนเลขก็คือ คุมอง ตอนใหม่ ๆ ลูกก็ชอบค่ะ แต่พอไปนาน ๆ เค้าก็ไม่มีความสุขที่จะต้องทำการบ้าน ซ้ำ ๆ ทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเปิดเทอม ปิดเทอม หรือเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด แม่กับพ่อก็จะทะเลาะกัน เพราะคุณพ่อมองว่าไม่อยากให้บังคับเนื่องจากเห็นว่าเด็กยังเล็กเกินไป 

         และแล้วตอนที่นั่งรอลูกเรียนคุมอง ก็ได้พบกับคุณพ่อกับคุณแม่คู่หนึ่งเล่าเรื่องสาธิตจุฬาให้ฟัง ว่าเรียนไม่เยอะเหมือนเครือคาทอลิก ตอนนั้นฟังแล้วก็ชอบและคิดว่าจะพาลูกสาวย้ายไปเรียนที่นั่นในปีการศึกษาหน้า โดยไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องสอบเข้า

         ต่อมาคุณพ่อคุณแม่คู่นั้นก็ได้แนะนำให้ไปเรียนกับคุณครูท่านหนึ่ง ซึ่งช่วยติวลูกชายของท่านทั้งสองเข้าสาธิตจุฬา ทันทีที่คุณแม่ได้เบอร์โทรศัพท์ของคุณครูท่านนั้นก็โทรไปถามสถานที่ และขับไปหาท่านทันที ตอน 7 ปีก่อนนั้น ค่าเรียนต่อครั้ง 500 บาท/ 2 ชั่วโมง สำหรับคุณแม่เองที่ทำงานกงสีช่วยที่บ้าน ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะต้องเรียนอาทิตย์หนึ่งหลายครั้ง เนื่องจากไปเริ่มเรียนก่อนสอบเพียง 5 เดือน คุณแม่กลัวลูกตามคนอื่นไม่ทัน เพราะเห็นคนอื่นๆเรียนมาเป็นปี 

         การเรียนครั้งแรกของลูก ปรากฎว่าลูกสาวทำผิดหมดทุกข้อ ทุกหน้า เนื่องจากเค้าไม่เคยเรียนการคิดแก้ปัญหาในลักษณะนี้มาก่อน เทียบกับเด็กที่เรียนมาแล้ว ทำให้คุณแม่ท้อแต่ไม่ถอย และต้องขอขอบคุณคุณครูท่านนั้นที่ให้โอกาส คุณแม่ได้เห็นสิ่งที่ลูกเรียนทุกอย่าง และให้สิ่งที่ลูกสาวเรียนกลับบ้านทั้งหมด 

        จากสิ่งที่คุณครูได้แจกให้เด็กนำกลับมาบ้าน ทำให้คุณแม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ศึกษา และหาแนวทางสอนลูกให้เข้าใจถึงโจทย์ปัญหารูปภาพเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอนุกรม การนับบล็อก การคิดต่างๆ ผ่านมาหลายเดือนปรากฎว่า แม่กับลูกสาวสื่อกันได้ในการแก้ปัญหาเชาว์ และตอนนั้นตัวแม่เองสังเกตว่าลูกสาวเปลี่ยนไปในด้านการวางแผนการคิด การสังเกต 

        แต่แม่ก็รู้สึกว่าการเรียนกับคุณครูท่านแรกที่เราไปหาไม่ศูนย์เปล่า เพราะเมื่อก่อนเวลาพาลูกนั่งรถไปไหน เด็กก็ไม่เคยพูดอะไรเลย แต่พอเรียนเชาว์นไปสักพักในการหาจุดแตกต่าง ลูกสาวกลับพูดว่าเมื่อวานป้ายโฆษราไม่ใช่รูปนี้ และจดจำอะไรในบ้านว่าไม่ได้อยู่ที่ๆ เดิมที่เคยวางอยู่ เลยรู้สึกว่า นี่และประโยชน์ที่แท้จริงของการเรียนเชาว์   ทำให้ลูกช่างสังเกต คิดเป็น ซึ่งตอนนั้นแม่รู้สึกพอใจว่าการเรียนครั้งนี้ไม่เสียเวลาและเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ 


        แต่ด้วยความรักและความพยายามของแม่ ก็ได้พาลูกสาวไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมกับคุณครูอีกท่าน โดยคุณแม่ได้ไปซื้อหนังสือที่ท่านเขียน และได้ search หาเบอร์โทรของท่านทาง internet (ทำไมถึงไม่ถามผู้ปกครองที่เรียนด้วยกันเหรอค่ะ เพราะว่าไม่มีใครบอกหรอกค่ะ ใครๆก็อยากเก็บเป็นความลับว่าไปติวที่ไหน เพราะกลัวจะไปเก่งเท่าลูกของเขา ตอนแรกก็รู้สึกโกรธที่ทำไมต้องเห็นแก่ตัวขนาดนี้ แต่พอมามองด้วยใจแม่อีกที ก็เข้าใจว่าลูกใครๆก็รัก) 

            แต่การเรียนกับคุณครูท่านที่ 2 ไม่ได้ให้ประโยชน์ใดๆ เพิ่มเติมเนื่องจาก ทุกอย่างเป็นความลับ แล้วลูกเราเล็กขนาดนั้น พูดอธิบายอะไรก็ไม่รู้เรื่องว่าขึ้นไปเรียนอะไรมาบ้าง จำอะไรก็ไม่ได้ ก็เลยไม่ได้อะไรเลยในความรู้สึกของแม่ แต่ก็ไม่กล้าเลิก เนื่องจากเห็นเด็กมาเรียนเรื่อยๆตลอด และด้วยอัตราส่วน 100 คนแรกที่คะแนนสูงสุด ก็เลยไม่กล้าเลิกเรียน เพราะรู้สึกว่าคะแนนเดียวก็เปลี่ยนอนาคตได้ 

            ตอนนั้นพูดตามตรงว่า ยังไม่ทราบเลยว่าโรงเรียนสาธิตจุฬาสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร คือประมาณว่าได้ยินแต่ชื่อ และ location คร่าวๆ ว่าอยู่ติดกับคณะครุศาสตร์ แม่เลยแปลงร่างเป็นนินจา เข้าไป school visit ก็รู้สึกว่าโรงเรียนก็กว้างดี สนามหญ้าเทียมก็สวย แต่ห้องน้ำโทรมมาก (ในอดีตนะคะ )ตอนนั้นยังไม่มีตึกใหม่ที่สร้างเป็นหน้าเป็นตาวางอยู่หน้าโรงเรียน  และ

            อีกปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้แม่สนใจสาธิต คือ ค่าเทอมอะไรมันจะถูกขนาดนี้ ทั้งปีรวมอาหาร 18100  ถูกกว่าคาทอลิกตั้งหลายหมื่น x 12 = หลายแสนอยู่ เวลาผ่านมา 2 เดือน คิดดู christmas eve ยังต้องไปติว  

             ตอนนั้น แม่ทำงานหนักมาก วันๆ นอกจากค้าขาย ก็หาแต่ข้อมูล ข้อสอบ คิดเองบ้าง xerox บ้าง สมมุติตัวเองเป็นคนออกข้อสอบบ้าง ทำ exercise และหาวิธีคิด วิธีสอน ประมาณว่า อย่างกะตัวเองสอบเอง ตอนเรียนปริญญาโท แต่ลูกสาวก็น่ารักมากๆ เชื่อฟัง ทำข้อสอบกับแม่ทุกวัน เสาร์ (ไม่มีเรียน คุณเธอก็สามารถนั่งทำได้ตั้งแต่ 8.00-17.00 น. พักแค่ทานข้าวกับเข้าห้องน้ำ อึดไหมค่ะ) วันอาทิตย์ไปเรียนพิเศษเย็น 2 ชั่วโมง 

              เวลาขับรถพาลูกไปไหน สามีเป็นคนขับ เราก็จะทำหน้าที่เป็นครู สปช ตลอดการเดินทาง 
for example. ไฟเขียว แดง เหลือง รถต้องทำอย่างไร 
สัตว์อะไรออกลูกเป็นตัว เป็น ไข่ มีกี่ขา 
ผลไม้ ผัก แมลง (ทุกอย่างที่แม่คิดออกตอนนั้น สอนหมดค่ะ  สามีหรือค่ะ ไม่ค่ะไม่ช่วย แล้วเค้าก็ยังชายตามองเราแปลกๆ ประมาณว่า บ้าปล่าวว่ะ
      
               ถ้าถามว่า มี parties มาช่วยไหม ขอตอบว่าไม่มีค่ะ พี่สาวน้องสาวปู่ย่าตายาย รุมด่าเราว่าบ้าค่ะ ทรมาณเด็ก คือลูกเราเป็นหลานคนแรกของทั้ง 2 ฝั่ง ถึงจะเป็นผู้หญิง ก็มีแต่คนรัก) หนทางนี้ช่างลำบากเหลือเกิน 

              วันเวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ ถึงวันขายไปสมัคร แค่ได้เข้าไปซื้อใบสมัคร แม่ก็วาดฝันถึงความสุข ถ้าลูกสาวมีโอกาสได้เรียนสาธิตจุฬา
บรรยากาศวันสอบ โอ้ว ล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน ตอนที่รู้ว่าผู้แข่งขัน 3000 เราก็รู้สึกว่าเยอะนะ แต่พอเห็นของจริง เยอะมากกกก ตอนนั้นแอบพูดกับสามีว่า ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ขนาดถ้าให้แม่กับพ่อนั่งtimemachine ย้อนไปเป็นเด็ก อย่างว่าแต่ 100 คนแรกเลย     1000 คนแรกจะทำได้ไหมเนี่ย แต่ก็ไม่กล้าพูดให้ลูกสาวฟัง กลัวจะทำลายกำลังใจ      

              ถึงเวลาที่ต้องไปส่งลูกเข้าแถวแล้ว แม่ก็เริ่มตื่นเต้น เลยให้พ่อเป็นคนอุ้มและคอยให้กำลังใจลูก ส่วนแม่คอยดูอยู่ใกล้ ๆ และคุณครูก็ประกาศให้ผู้ปกครองทั้งหมดออกนอกโรงเรียน เพื่อจะนำเด็กขึ้นไปสอบ 

              เวลาที่ปิดประตูโรงเรียน และมองลูกเดินขึ้นไปสอบ เป็นเหมือนภาพ slow motion ตื่นเต้น ภูมิใจ กลัวไปต่างๆ นาๆ ว่าที่สอนมาลูกเราจะจำได้ไหมเนี่ย ขนาดแม่ไม่ได้ขึ้นไปสอบยังตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วลูกตัวนิดเดียวจะเป็นอย่างไร 

          2 ชั่วโมงผ่านไป การสอบสิ้นสุด เข้าไปรับลูก สงสารลูกมาก อากาศก็ร้อน คนก็เยอะ เครียดก็เครียด 
ลืมบอกไป ตอนนั้นลูกสาวไม่สบายมีไข้ต่ำ ๆ แต่ก็ทานยามาคำถามแรกที่พูดกับลูกก็คือ หนูนั่งตรงไหนลูก หนูได้ยินคุณครูชัดไหมลูก ลูกสาวตอบว่า ไม่ได้ยิน ข้อ แต่หนูก็ทายตามที่แม่สั่งนะ หนูไม่เว้นว่าง
และหนูก็ไม่มองกระรอกด้วย พ่อกับแม่ก็พูดพร้อมกันว่า พ่อแม่ดีใจนะที่หนูไม่ร้องให้เวลาสอบ ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนะลูก เราก็มีที่เรียนอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียใจนะ 

              เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมค่ะ ลูกสาวร้องไห้ทันทีในอ้อมกอดคุณพ่อ และพูดว่า พ่อกับแม่ไม่เชื่อหรือว่าหนูทำได้จริง ๆ หนูตั้งใจสอบจริง ๆ ตอนนั้นพ่อกับแม่มองหน้ากันรู้สึกเหมือนกันว่า ทำไมการสอบครั้งนี้ทำให้เราได้ทำร้ายความรู้สึกของลูกขนาดนี้ เราทำอะไรลงไป และพยายามพูดไปเรื่องอื่น เพื่อเบนความสนใจของลูก ลูกสาวก็ค่อยๆ สะอื้นน้อยลง (ตอนนั้น แม่น้ำตาตกในเลย ไม่กล้ามองหน้าลูกกับสามี บอกตามตรง เสียใจมาก)

              รู้สึกว่าวันประกาศผลสอบจะเป็นอีก 1 อาทิตย์ให้หลัง ซึ่งเราก็แอบคุยกับสามีแล้วว่า ไม่ต้องไปดูมันหรอก เสียใจเปล่าๆ ไม่ได้ยินตั้ง 2 ข้อ ไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งวันนั้นก็ตรงกับวันที่ลูกต้องไปรับปริญญาอนุบาล เลยตกลงกันว่า จะเงียบๆ เฉยๆ ให้ลูกลืมไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียใจ 

           ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ตั้งแต่ตั้งใจพาลูกเข้าแข่งขันการสอบปฐมวัยระดับชาติในเครือสาธิต พ่อก็ต้องงดตี golf กับก้วน แม่ต้องงดละครหลังข่าว ลูกต้องงดบ้านลูกบอล ลดเวลากับ cartoon network เพื่อ performance สูงสุดในการเป็น 1 ใน 100 แต่ฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ทุกคนที่ตั้งใจเข้าร่วมชิงชัยไม่มีทางได้รู้ 
ไม่ว่าลูกจะเป็นตัวเต็ง ของกี่สำนัก ก็ไม่อาจจะรับประกันชั้นหนึ่งได้ว่า ในวันนั้นตัวเล็กของเราจะพร้อมทั้งสุขภาพ และสติปัญญา 

          ตัวแปรมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งที่นั่งในห้อง ครูคุมสอบ ความรู้ที่สะสมมา อารมณ์ สุขภาพ อากาศ ฯลฯ ต่างก็มีรายละเอียดปลีกย่อยจนไม่สามารถคาดเดา ดังนั้นถ้าเรารู้สึกว่าได้ทำดีที่สุดแล้วเพื่อลูก ก็ไม่ควรจะต้องกังวลเพราะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น 

          รวมถึงว่าถ้าลูกคิดไม่ออก แล้วทายถูกหรือทายผิด ก็วัดผลและฟันธงไม่ได้ว่าลูกเราไม่มีคุณภาพ 
ขอบอกว่าแค่วันนั้นเวลานั้นเพียงแค่ชั่วโมงเดียว
  ไม่สามารถชี้ลงไปว่าเด็กคนนั้น เป็นอัจฉริยะขั้นเทพ หรือไม่เป็น ไม่ได้หมายความว่าเค้าคนที่ทำคะแนนสูงสุด เป็นสุดยอด แต่ assume ได้ว่าเด็กคนนั้นพร้อม มีอาวุธที่พ่อแม่ ครู เตรียมความสามารถมา และเป็นโชคของเขาด้วย ทำให้เค้าสามารถทำได้ แต่ถ้าเปลี่ยนวัน เวลา สอบใหม่ เค้าคนนั้น หรือ คนที่ได้คะแนน 100 คนแรก อาจจะทำไม่ได้เช่นเดิม (เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ที่อยากให้ผู้อ่านพิจารณา) 

          แต่ความเอาใจใส่ที่ผ่านมา ที่พ่อแม่และครูให้กับเด็ก ประกอบกับความร่วมมือของนักสู้จิ๋วของเรา ทำให้พัฒนาการหลาย ๆ อย่างของเขาดีขึ้น โดยที่พวกเราไม่รู้ตัว ความอดทน ความช่างสังเกต การวิเคราะห์ต่างๆ ในถูก load ลง program ความคิดของลูก และนั่นเองเป็นความสำเร็จของเด็กอนุบาลทุกๆ คน ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ 

        ถ้าไม่มีการสอบสาธิต ลูกดิฉันคงไม่มีความรู้รอบตัว ที่ถูกจัดวางให้เหมาะสม ลูกรู้เรื่อง พืช ผัก ผล ไม้ สัตว์ แรงโน้มถ่วง ระดับน้ำ คาน แผนภูมิ แม่เหล็ก จม ลอย และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนต่อชั้นประถม 

         ดังนั้น ถ้าคุณเปิดใจให้กว้าง ไม่เอาผลสอบ 100 ลำดับแรกมาเป็นตัววัด เราทุกคนที่ลงแข่งขันได้ประโยชน์หมด มากน้อยแล้วแต่ความอดทนและพยายามบนพื้นฐานสุขภาพของลูก 

        แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ เราได้ใช้เวลาในครอบครัวร่วมกันอย่างมีคุณภาพที่สุด ตั้งแต่ลูกได้เริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาล 


อะไรที่ทำให้สาธิตเป็นที่หมายปองของทุกครอบครัว 
คำตอบก็คือ 4 p 

1. Price (Tuition fee = ค่าเรียนถูกใจ) 
2. Place (Location = สถานที่ในรั้วมหาวิทยาลัย โดนใจท่านผู้ปกครอง) 
3. Promotion (In social network = มีสิทธิ์ได้เรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัย ในกรณีได้ quota 
แต่ลูกของท่านต้องเรียนดีขั้นเทพนะคะ 
ถึงจะได้สิทธิอันนั้น อย่าคิดมากค่ะ ถ้าเก่งขั้นเทพ ไม่ต้องอยู่สาธิต ก็ติดมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ดังนั้นข้อนี้ขอให้ผู้อ่านมองข้ามไปเถอะค่ะ) 
4. Packaging (Brand awareness = สัญลักษณ์บนเสื้อนักเรียนที่ดึงดูดความสนใจของสังคม) 

        นั่นก็ทำให้ความต้องการสูงสม่ำเสมอทุกปี ถามว่าถ้าดีจริง ทำไมยอดผู้สอบถึงคงตัวอยู่ประมาณแค่ 3000 ก็อยากจะตอบว่า ก็เดี๋ยวนี้คนมีลูกน้อยลงซิค่ะ บางคนแต่งก็ไม่มีลูก   บางคนก็ไม่แต่ง  และบางกลุ่มยังเปลี่ยนเป้าหมาย ไม่อยากให้ลูกเครียด โดยให้ไปเรียน inter ตั้งแต่หย่านม เพราะต้องการได้สำเนียง native speaker 

     แต่สิ่งที่ได้เห็นคือ คะแนนที่ตัด 100 คน ที่ทำสถิติสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี 

           ดังนั้น ถ้าคุณตั้งใจก้าวสู่สนามนี้ การหาข้อมูลจริงและข้อมูลเท็จใน internet อาจจะต้องใช้ทั้ง technical และ fundamental ประกอบกัน
          ในอดีต ไม่มีการ post รายงานผลประกอบการของแต่ละสถาบันเหมือนปัจจุบัน ต้องคนวงในจริง ๆ ถึงจะทราบ ไม่มีการบอกต่อ เพราะกลัวจะมาแข่งกับลูกของเรา   คนที่กำลังจะสอบในปีการศึกษานั้น และเพื่อไม่ให้มาเป็นคู่ต่อสู้ลูกคนต่อไป (ก็ 1 คะแนน ก็เปลี่ยนชีวิตได้นี่นา)  คนที่บอกต่อต้องสนิทกันจริง ๆ หรือไม่ก็มีลูกคนเดียวที่สอบติดไปแล้ว 


       แต่อยากจะให้ผู้ปกครองเลือกครูจากความรู้สึกของตัวเอง และเด็กกับครูไปกันได้ไหม มากกว่าจะฟังโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ นา ที่ไม่รู้ว่าจริงอ่ะปล่าว อีกอย่างที่ควรใช้ประกอบในการตัดสินใจ คือค่าใช้จ่ายในการติว การเดินทาง เพื่อให้เหมาะกับกระเป๋าของแต่ละครอบครัว 

      อย่าลืมนะคะ เพราะเราติวกันเป็นปี ไม่ได้เรียนแค่ครั้งสองครั้ง สิ่งที่เสียไปคือ เงิน และเวลาของทั้งครอบครัวต้องคุ้มค่า แต่ต้องในราคายุติธรรม ไม่งั้นบางครั้ง คุณสามีอาจจะไม่พอใจเราก็ได้  

       คืนก่อนวันประกาศ แม่นอนไม่หลับเลย ผิดกับสามีและลูกอีก 2 คน ที่หลับสนิทไปก่อน แม่เดินไปเดินมา ไหว้เจ้าไหว้บรรพบุรุษทั่วบ้าน ขอให้ลูกสาวสอบติด ที่บอกว่าจะไม่ไปดูก็สองจิตสองใจ 

       ใจหนึ่งกลัวฝันสลาย  อีกใจถ้าเกิดเป็นจริงอาจจะหัวใจวายได้  แล้วคืนนั้นก็ผ่านไป สู่วันที่รอคอย ไม่ว่าจะเป็นวันรับปริญญาและวันประกาศผลสาธิต 
เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกดูร่างเริงดี ตื่นเช้า แต่งตัว ผูกผมถักเปียจนเรียบร้อย ใส่ชุดครุยสีแดง เพื่อไปงานรับปริญญา พอเจอเพื่อนๆ ที่จากกันไปหลายอาทิตย์ คุณเธอก็ดีใจวิ่งเล่นจนผมเผ้ากระเซิง แต่คุณพ่อก็ตามใจ วิ่งถ่ายรูปเอาใจลูกสาว 

คุณครูประกาศเรียนให้เด็กๆ เข้าแถวตามห้องเพื่อขึ้นไปถ่ายรูป เวลานั้นเองก็มีเสียงโทรศัพท์จากคุณครูท่านที่หนึ่งดังขึ้น แม่มือสั่นเลยไม่กล้ารับ 
สวัสดีค่ะคุณแม่ ดีใจด้วยนะคะ ลูกสาวสอบติดสาธิตจุฬา
    

      คนที่เราคิดถึงมากที่สุด และอยากบอกข่าวดีก็คือคุณยาย   จัดการโทรไปหายายทันที ทันทีที่แจ้งข่าวว่าหลานสาวสอบติดสาธิตจุฬา เพราะคุณครูที่สอนพิเศษโทรมา
บอก แต่ไม่ชัวร์เพราะไม่ได้ไปดูเอง และยังออกจากโรงเรียนไม่ได้ น้องยังถ่ายรูปอยู่บนเวทีกับเพื่อนๆ และครูประจำชั้น กว่าจะเสร็จคงเกือบเที่ยง
 
      
  "หลานชั้นนี่มันเก่งจริง ๆ แม่มันก็เก่งอดทน ติวลูกมันหลายเดือน คนสอบตั้งเกือบ 3000 มันก็สอบติด อดทนทั้งแม่ทั้งลูก รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์" 

     ก่อนหน้านี้ "แกมันบ้า ทรมาณลูก มันตัวเล็กนิดเดียว แกให้มันนั่งทำข้อสอบอะไร ชํ้นยังดูไม่รู้เรื่อง ดูซิหน้าเขียวหมดแล้ว ผอมก็ผอม ตัวก็เล็ก จับลูกมาทรมาณ วันอาทิตย์คนอื่นเค้าพาลูกไปเที่ยว แกก็พาลูกไปเรียน ค่าเรียนก็แพง เรียนครั้งหนึ่งซื้อกับข้าวกินได้ทั้งบ้าน แกเคยถามมันไหมว่าอยากเรียนหรือปล่าว ตอนชั้นเลี้ยงแก เคยบังคับแกขนาดนี้ไหม บ้านเราเรียนแต่เครือคาทอลิก แกคิดยังไงอยากให้ลูกเรียนสาธิต  "

     ขอบอกว่าถ้าคุณต้องอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับดิฉันในอนาคต ขอแนะนำว่า "ห้ามเถียงท่านประธานนะคะ ห้ามประท้วง หรือให้ถอนคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น จงเงียบอย่าเดียว จะปลอดภัยที่สุด  "

 

         วันที่เข้าไปรับใบมอบตัวแบบเป็นตัวจริง มีความรู้สึกต่างจากการเข้าไปอย่างเป็น visitor ที่เข้าไปหาข้อมูลมากมายจนอธิบายไม่ถูก เวลา 4-5 ปีในสาธิตจุฬาผ่านไปเร็วมาก ๆ กับเกรดเฉลี่ย 4.00 ของลูกสาว โดยที่แม่ไม่ต้องติว ไม่ต้องสอนอะไรเลย การบ้านก็น้อย ไม่ต้องท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ลูกชั้นภาษาอังกฤษก็ได้เกรด ลูกชั้นฉลาด ครูก็ต้องเก่ง โรงเรียนคุณภาพ (คิดไปเองทั้งสิ้น)    


        อยากจะบอกว่า ผู้ปกครองที่ลูกพลาดเครือสาธิตที่หันกลับมาเอาใจใส่ลูกมากขึ้น บางคนที่ดิฉันรู้จัก กลับประสบความสำเร็จในการพัฒนาลูก มากกว่าคนที่ลูกสอบติดสาธิตเสียอีก เพราะความที่หลงเพลินกับคำว่า "นักเรียนโรงเรียนสาธิตเก่งที่สุด เพราะสอบเข้ายากที่สุด เด็กเทพ" 

       อย่าเพลินตามกระแส หรือแค่สภาพแวดล้อมของโรงเรียนในฝันที่คุณเห็นเลยค่ะ โรงเรียนที่ดีที่สุด คือ โรงเรียนที่ลูกเรามีโอกาสได้เรียน สร้างทัศนคติที่ดีของโรงเรียนให้กับลูก ให้ลูกคุณเรียนอย่างมีความสุข สำคัญมากกว่า 
บางกระทู้ที่เคยอ่าน อ้างว่า ลูกมีความสุขมากในเครือ 

      ดังนั้น อย่าให้กระแสมาทำให้คุณและลูกต้องเสียใจ ถ้าแค่พลาดกับการสอบสาธิตเลยค่ะ ไม่มีประโยชน์ เสียเวลา 

                                                 

                                                                   เข่ียนโดย " Masarina "

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรเงรียนอนุบาลเศรษฐบุตร โทร 0-2579-2061, 0-2561-2444, 0-2941-1147 Email Setthabutk@hotmail.com Line ID: Sethaputra