ReadyPlanet.com
dot
dot
ประมวลรูปภาพ
dot
bulletกิจกรรมว่ายน้ำ
bulletกิจกรรมวันแม่
bulletกิจกรรมกีฬาสี
bulletเที่ยวซาฟารี
bulletตะลุยโจทย์กับครูปัท
dot
นานาสาระ
dot
bulletคุณแม่ควรเตรียม....วันสอบสาธิตป.1
bulletนมแม่ แน่กว่าเป็นไหนๆ
bulletเลี้ยงลูกไม่ให้เอาแต่ใจตนเอง”
bullet5 อาการป่วยที่ไม่ควรวางใจ
bulletห้องเรียนพ่อแม่ ตอน " การศึกษาของเด็กวัยอนุบาล"
bulletการเรียนรู้
bulletลูกไม่พูด ลูกพูดช้า ทำอย่างไรดี
bulletนิทานอาหารสมอง
bulletนิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง
bulletเรียนรู้สู่ความฉลาดด้วยประสาทสัมผัส
bulletสร้างสุขให้ลูก
bulletถึงวัยรับผิดชอบ
bulletสร้างความรู้สึกภูมิใจให้เด็กได้อย่างไร
bulletทำอย่างไรไม่ให้ลูกกลัวอาหาร
bulletถอดรหัสความเก่งในตัวลูก
bulletรักเรียน รักอ่าน ต้องสร้างอย่างไร
bulletวิธีง่ายๆ สร้างวินัยการออมเงินให้ลูกรัก
bulletเปิดเทอมวันแรก
bulletลูกเรียนไม่เก่ง กลัวว่าโตขึ้นเขาจะเอาตัวไม่รอด
bulletอย่านะลูก
bulletเตรียมพร้อมหนูๆ เข้าโรงเรียนสาธิตกันเถอะ
bulletFunctional Food ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ
bulletห้องที่ชื่อว่า "ใจ"
dot
เพื่อนบ้าน
dot
bulletกิจกรรมไหว้ครู2556
bulletกิจกรรมไหว้ครู2556




เปิดเทอมวันแรก

เปิดเทอมวันแรก

 เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเปิดเทอมวันแรกมันถึงดูวุ่นวายกันนัก

 

             ทุกๆคนคงจะเคยเห็นเด็กๆวันเปิดเทอมนะครับ อุปกรณ์ กระเป๋า รองเท้า สมุด หนังสือ มีครบหมดแล้ว เว้นอยู่อย่างเดียว คือหัวใจของนักเรียนตัวน้อยๆของผมนั่นเองครับ ที่ไม่ค่อยอยากจะมาโรงเรียนกันสักเท่าไร ร้องไห้กระจองงอแงจนผู้ปกครองอ่อนใจ อยากจะพากลับบ้านกันเสียเดี๋ยวนั้นเลย...

 

             ตามธรรมดาของเด็กวัย 3-6 ขวบครับ เพราะไม่เคยจากลาพ่อแม่ ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางอยู่ โดยเฉพาะในอนุบาล 1 ไม่เคยได้เหยียบย่างหรือคุ้นเคยกับโรงเรียนมาก่อน กลัวคนแปลกหน้า ติดพ่อแม่หรือคนเลี้ยง เมื่อถูกส่งมาโรงเรียนก็คิดว่าพ่อแม่ไม่รัก กลัวว่าจะถูกทอดทิ้งก็เลยร้องอแงยามที่คุณพ่อคุณแม่มาส่งตอนเช้า และถ้าเกิดคุณพ่อคุณแม่คนไหนเกิดใจอ่อนกับน้ำตาเจ้าหนูตัวน้อยแล้ว เชื่อไหมครับว่าอาการก็จะเป็นเรื้อรังอยู่อย่างนี้ กว่าจะหายก็ช้าขึ้น เพราะว่าเด็กก็ล่วงรู้หัวใจของผู้ใหญ่ได้ดีไม่แพ้กันครับ

 

           ผมมีเรื่องสนุกๆของน้องพีมาเล่าให้คุณฟังเป็นตัวอย่าง เรื่องมีอยู่ว่า น้องพีคนนี้ ไม่ย๊อม ไม่ยอม จะมาโรงเรียนเอาซะเลย วันแรกของการเปิดเทอมไม่มา วันที่ 2 ก็ไม่มา เข้าวันที่ 3 ถึงจะมาได้ แต่ว่าร้องไห้เสียงดังเลยครับ แต่ว่าร้องแบบกล้าๆกลัวๆไม่รู้จะอย่างไรดี เพราะเมื่อเข้ามาในห้องเด็กคนอื่นๆเข้าไม่ร้องกันแล้ว เจ้าหนูคนนี้ก็เลยยอมเล่นกิจกรรมกับคนอื่นๆด้วย เรียกว่าลืมคุณพ่อคุณแม่ไปชั่วขณะ และตอนนั้นเองคุณพ่อคุณแม่ก็ค่อยๆย่องออกไปโดยไม่ให้น้องพีเห็น

 

           คราวนี้พอถึงเวลากินข้าวกลางวัน ปรากฏว่านึกขึ้นได้ครับ ร้องไห้อีกแล้ว คุณครูก็เลยร้องเพลงเกี่ยวกับการกินข้าวให้ฟัง น้องพีก็ร้องไห้ไปด้วยร้องเพลงไปด้วย หลังจากนั้นก็กินข้าวหมด เออ...ก็ตลกดีครับ พอเข้านอนตอนบ่ายเสร็จตื่นขึ้นมาเล่นกลางแจ้ง คราวนี้คุณพ่อคุณแม่มารับ ไม่ยอมกลับครับ จะเล่นสนุกกับเพื่อนท่าเดียว เปลี่ยนพฤติกรรมเร็วมากๆ

 

           อีกคนหนึ่งชื่อน้องเล็ก แต่ว่าตัวใหญ่มาก เวลาร้องทีคุณครูก็อุ้มแทบไม่ไหว แต่ทีนี้เราล่อด้วยกิจกรรมสนุกๆครับ พอน้องเล็กเห็นเพื่อนๆหัวเราะเสียงดัง กรี๊ดกร๊าดไปกับเกม จะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ก็เลยค่อยๆเดินไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ

 

           กิจกรรมที่โรงเรียนเตรียมเอาไว้รับมือเด็กๆที่ไม่อยากมาโรงเรียนได้อย่างดี และยังไม่เคยมีกิจกรรมอื่นมาตีตื้นได้ นั่นก็คือการเล่านิทานตอนเช้าครับ (โรงเรียนเราแอบเรียกว่ากิจกรรมเก็บเด็ก ฮ่ ฮ่าา) เพราะไม่ว่าเด็กจะมีพฤติกรรมอะไรมาก็ตาม ก็มักจะมานั่งสงบนิ่งฟังนิทานที่คุณครูเล่า ใครจะอาละวาด ร้องไห้ ฉุดกระชากลากถูกับคุณพ่อคุณแม่อยู่ ก็จะมานั่งฟัง เพราะว่าเขาอยากรู้ว่าคุณครูจะเล่าเรื่องอะไร และเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

            คราวนี้ก็ถึงตาผู้ปกครองบ้างครับ เห็นใจนะครับ ลูกตัวน้อยเข้ามาในรั้วโรงเรียน เป็นห่วงสารพัด จะเข้ากับเพื่อนได้ไหม จะโดนแกล้งหรือเปล่า กินข้าวอย่างไร เรียนรู้เรื่องไหม ผมเจอประจำครับช่วงเปิดเทอมใหม่ โดยเฉพาะเด็กๆอาตี๋อาหมวย จะมีอาม่า อาอี๊ มานั่งเฝ้า ซึ่งโรงเรียนผมจะไม่มีผู้ใหญ่มานั่งเฝ้ากันเปล่าๆอย่างนี้ครับ นั่งทั้งวันเบื่อแย่ เราก็เชิญผู้ปกครองเหล่านี้มาร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ เช่น เล่านิทาน ทำงานศิลปะ เด็กๆก็ชอบที่อาม่าของฉันทำได้ เกิดความภูมิใจขึ้น แต่ว่าเข้าวันที่ 2 ผู้ปกครองส่วนมากก็เริ่มปลีกตัวไม่มานั่งเฝ้าแล้ว ฮ่า ฮ่า

 

         เทคนิคอีกอย่างที่ผมขอฝากคุณผู้ปกครองไว้อีกเรื่องคือ เวลาเด็กๆกลับไปบ้าน หมั่นชวนลูกคุยด้วยนะครับว่า คุณครูประจำชั้นชื่ออะไร มีเพื่อนๆชื่ออะไรบ้าง เพราะเด็กๆจะมีประสบการณ์ใหม่ๆเยอะแยะ แม้ว่าลูกจะตอบไม่ถูก หรือผูกเรื่องราวจินตนาการไปเรื่อย แต่ก็ช่วยทำให้ลูกอยากไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากอยากจะหาคำตอบในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ถาม และเก็บเกี่ยวเรื่องราวมาเล่าให้คุณฟังอีกครับ

 

       

 ผู้เขียนอาจารย์กฤตพล เครือคล้าย

การศึกษา บัณฑิตศึกษา สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนอนุบาลเศรษฐบุตร 1907 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 Tel. 02-579-2061 , 02-941-1147